fbpx
Arts & Culture

Nateepol: Manga on Woodprint

Not judging what is, or what isn’t art.

Words by
Anantaya
Location
Thailand

Manga is often overlooked as an art form. Even though it is neither portraiture nor abstract art, it is no less meaningful or artistic. Beyond paper, manga can also be expressed through unexpected mediums such as wood printing, a skill-driven craft that requires creativity and technique in equal parts.

Nateepol Charoenthurayol, the owner of Detales Studio, has been obsessed with manga since he was young. He attended the Faculty of Fine Arts at the Chiang Mai University to pursue his passion. However, he ended up as a printmaking major due to his admission results. Instead of giving up on his dream, he found a unique way to express his manga creations. Manga and wood printing soon became his signature.

Thanks to sharp streaks made possible through the wood printing technique, Nateepol produces vivid and comic-like artworks. He usually sketches the draft, carves the pattern on the wood, followed by printing colours. Describing it may seem easy but it is hard work that requires patience and creativity.

We asked Nateepol about his opinion on how some people do not perceive manga as art and he shared that what counts as art varies among people. For him, anything can be deemed as “art” as long as it conveys meaning or affects people. We cannot judge what is or what isn’t art for others.

Nateepol told us that the main concept beyond his work is ‘differences’. There seems to be a pattern of recurring characters but on closer look, they are not the same, much like the ‘spot the difference’ game. “A person seeing what the world is among others who are blinded” and “being what you want to be and stop going along with society” are messages that he wishes to convey through his art.

The recurring characters include a girl with a flower on her face and a boy in a swimsuit. For instance, the girl with a flower on her eyes cannot see the cruel reality while the girl with no flower on her eyes sees it all. Among all the boys in the swimsuit, one is swimming alongside society’s expectations while the other is standing by, sick of the society he lives in. He was inspired by how everything in the world looks similar but there will always be something or someone who is different, just like Nateepol and his Manga wood prints.

If there is no right or wrong in terms of art, how can it be graded? I asked him the question that went viral recently on Thailand’s social media. “It is not right or wrong but it can be good or not good enough. That’s why it can be graded,” he said. The teacher or viewer know what is the result of hard work and what is not.

ภาพพิมพ์ไม้คือศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่มีเสน่ห์ในตัวมันเองแบบที่เราคาดไม่ถึง การสร้างงานภาพพิมพ์ไม้สักชิ้นต้องอาศัยทั้งเทคนิคเฉพาะในการพิมพ์ที่ประณีตและพรสวรรค์ในการออกแบบ จึงจะสร้างภาพพิมพ์ไม้ที่มีลายเส้นคมกริบราวกับว่าศิลปินบดปลายพู่กันลงบนกระดาษอย่างรุนแรง ต่างเพียงแค่ว่าผืนผิวนั้นเป็นไม้ไม่ใช่กระดาษ

จะเห็นว่าศิลปะไม่ได้จำกัดแค่การวาด แต่ยังรวมถึงการพิมพ์ การปั้น การสาดสี การประกอบชิ้นส่วน และอีกหลากหลายเทคนิคทั้งที่ง่ายดายและยุ่งยากที่จะสร้างงานศิลปะลือชื่อ ดังนั้นวัตถุที่จะมาอยู่บนพื้นผิวก็ไม่จำเป็นต้องเป็นรูปวาดเสมือนจริงหรืองานแอปแสตร็กซับซ้อนเสมอไป มังงะที่หลายคนอาจมองข้าม หรือมองว่าเป็นของเด็กเท่านั้นก็มาโลดแล่นบนศิลปะที่ต้องใช้เทคนิคซับซ้อนอย่างภาพพิมพ์ไม้ได้เช่นกัน และกลายเป็นงานศิลปะคุณค่าสูงที่สะท้อนแนวคิดและความหมายได้ดีไม่แพ้งานอื่นเลย

คุณที นทีพล เจริญธุระยนต์ เจ้าของ Detales Studio สตูดิโอภาพพิมพ์ไม้บนถนนช้างคลาน จังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นหนึ่งในคนที่หยิบเอามังงะมาสร้างสรรค์งานศิลป์ที่แทรกด้วยแนวคิดล้อไปกับกระแสสังคม

‘มังงะ’ และ ‘ภาพพิมพ์ไม้’ คือสองคำที่บอกลักษณะงานของเขาได้ดีที่สุด

ความหลงใหลในมังงะตั้งแต่เด็ก

ตั้งแต่เด็ก คุณทีรักในการวาดการ์ตูนมาก เวลาว่างๆ ก็มักจะหยิบเอากระดาษมาวาดการ์ตูนช่องให้เพื่อนๆ อ่านตามแบบมังงะที่ตนเองชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น วันพีซ ดราก้อนบอล หรืออะไรก็ตามที่เป็นที่นิยมในหมู่เด็กๆ ความชอบนี้เรียกได้ว่าไม่ได้มาแบบเล่นๆ เพราะคุณทีมักจะไปขลุกตัววาดรูปในห้องศิลปะเสมอ จนในที่สุดก็เลือกสอบเข้าเรียนต่อที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เราเชื่อว่าในวัยเด็กหลายคนก็คงอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน แต่ด้วยหลายๆ ปัจจัยทั้งความกดดัน ค่านิยม และระบบในสังคมไทยที่ไม่เอื้อ ทำให้ความฝันต้องหยุดลง แต่คุณทีคือหนึ่งในไม่กี่คนที่ตัดสินใจเดินทางนี้ต่อ แต่จากนักวาดการ์ตูนก็เบนสายไปหาภาพพิมพ์อย่างคาดไม่ถึง

“ตอนเข้านี่ไม่รู้จักภาพพิมพ์ด้วยซ้ำ ไปเห็นงานพิมพ์ของรุ่นพี่ก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกัน เราคิดว่ามันเป็นแค่รูปวาดโดยที่ไม่ได้รู้กระบวนการเลยว่ามันยากขนาดไหน แต่ตอนที่เราตัดสินใจว่าจะเข้าวิจิตรศิลป์ เราเลือกจิตรกรรมเป็นอย่างแรก ภาพพิมพ์อันดับสอง เลือกๆ ไปเพราะอยากเข้าที่นี่มาก แล้วคะแนนออกมาได้ภาพพิมพ์ พอเรียนไปก็รู้สึกมันยากทุกอย่างเลย มีทั้งความคิดไม่ผ่านบ้าง เทคนิคไม่ผ่านบ้าง”

แต่ความชอบในมังงะก็ยังคงอยู่ และยังเป็นลายเส้นเฉพาะตัวที่คุณทียังเก็บไว้ใช้ตลอดแม้จะเบนสายมาทางภาพพิมพ์แล้ว คุณทีก็ยังคงเลือกใช้เทคนิคการทำงานที่ส่งเสริมเอกลักษณ์ของตนเอง โดยตัดสินใจเลือกใช้เทคนิคภาพพิมพ์ไม้ในการทำงานธีสิส เพราะลายเส้นที่ดูคล้ายกับการตัดหมึกตอบโจทย์กับการวาดการ์ตูน และทำงานภาพพิมพ์ไม้รูปมังงะมาจนถึงปัจจุบัน

ลายแพทเทิร์น ผู้หญิงปากดอกไม้ และเด็กชายในชุดว่ายน้ำ

สามสิ่งนี้คือสิ่งที่เราเห็นเป็นประจำในงานของคุณที ภาพพิมพ์ไม้ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นลายผู้หญิงปากหรือตาเป็นดอกไม้ และผู้ชายใส่ชุดว่ายน้ำซึ่งออกมาแพทเทิร์นที่ประกอบด้วยตัวละครแบบเดียวกันหลายๆ ตัว แต่หากมองให้ดีจะเห็นว่าจะมีหนึ่งตัวที่ไม่เหมือนตัวอื่น เพราะคอนเซ็ปต์หลักในงานของคุณทีคือการไม่โอนเอนตามกระแสสังคม เห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ ได้เป็นในสิ่งที่อยากเป็น และทำในสิ่งที่อยากทำ 

“ช่วงเรียนอยากหาคาแรคเตอร์ให้ตัวเอง ใครเห็นตัวนี้ก็ต้องคิดถึงผม เลยอยากหาตัวการ์ตูนที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองสักตัวนึงก็เลยได้ผู้หญิงปากดอกไม้มา”

คุณทีเล่าต่อว่าผู้หญิงปากดอกไม้เริ่มจากการเขียนการ์ตูนล้อเลียนเพื่อนที่พูดคำว่า ‘อีดอก’ โดยวาดเป็นดอกไม้ในฟองอากาศที่ออกจากปากผู้หญิง และค่อยๆ พัฒนาต่อมาเรื่อยๆ ให้เริ่มปิดปาก ปิดตา ปิดหน้า เพื่อสื่อความหมายที่แตกต่างกันไป

“ผมเลือกยกสัญลักษณ์ดอกไม้ขึ้นมาเพื่อปกป้องหรือบิดเบือนความจริงอะไรบางอย่าง เช่น ถ้าไม่ใช่คนไทยเขาก็คงรู้สึกว่ามีดอกไม้ที่ปาก น่ารักดี แต่คนไทยก็มองได้สองอย่างพูดจาไพเราะ หรือพูดคำหยาบ บางครั้งดอกไม้อาจเป็นสัญลักษณ์แทนความสวยงาม ความดี แต่ถ้าเกิดเราเอาดอกไม้มาบังตาก็จะสื่อว่าคนคนนั้นเห็นแต่ภาพที่สวยงาม ไม่ได้เห็นความโหดร้ายภายนอก”

ตัวละครอีกตัวที่เห็นบ่อยไม่แพ้กันคือเด็กผู้ชายใส่ชุดว่ายน้ำ ซึ่งคุณทีมองว่านั่นอาจจะเป็นตัวเขาเองในวัยเด็กที่ถูกบังคับให้ไปรียนว่ายน้ำ ทั้งๆ ที่เป็นคนกลัวน้ำ บางครั้งตัวละครตัวนี้ก็อาจจะมาในรูปแบบของชุดนักเรียนบ้าง ในภาพที่ตัวละครทำหน้าเบื่อหน่ายนั้น คุณทีก็โยงเข้ากับตัวเองในวัยเด็ก เอาการว่ายน้ำมาแทนกระแสสังคม และความคาดหวังที่คนอยากให้เราเป็นเพื่อเชื่อมความในใจของเด็กหลายๆ คน

“เบื่อที่ต้องคอยทำตามกระแสสังคม ใครว่าอะไรดี ก็ต้องทำ เพื่อให้คนยอมรับว่าเราเป็นคนดีในแบบที่สังคมต้องการ มีใครเคยถามเราจริงๆ มั้ยว่าเราอยากทำอะไร หรือต้องการอะไร เราพยายามมากเกินไป เราเหนื่อย”

เด็กชายคนหนึ่งท่ามกลางอีกกว่าสิบอาจมีหน้าตาที่เบื่อหน่ายและไม่ได้ดูมุ่งมั่นเหมือนรอบข้าง เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเป็น หญิงคนหนึ่งที่ได้เปิดตาท่ามกลางหญิงตาดอกไม้อีกหลายสิบอาจเห็นความจริงอันโหดร้ายที่เคยบดบังด้วยดอกไม้แสนสวย

เพราะในโลกที่อะไรก็ดูเหมือนกันไปหมด มีจุดต่างเล็กๆ ที่แหวกออกมาเสมอ

ถ้าศิลปะไม่มีถูกผิด แล้วทำไมถึงมีการให้คะแนน การผ่าน การตก?”

คำถามนี้เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดียในช่วงที่เราสัมภาษณ์คุณทีพอดี เราจึงขอหยิบยกคำถามนี้มาถามคนที่เรียนศิลปะจนจบและอยู่ในเส้นทางสายนักออกแบบมานานหลายปี

“ถ้าเป็นสมัยก่อนผมก็คงจะคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ว่าเอาเข้าจริงวันนี้ คือศิลปะไม่มีถูกผิดจริงๆ แต่ที่อาจารย์บอกให้ไปแก้หรือไม่ผ่าน อาจเพราะเรายังทำไม่พอ”

“มันไม่มีถูกมีผิด แต่มันมีดีกับไม่ดี คุณอาจจะไม่ผิด แต่คุณยังทำไม่ดีพอ คุณต้องพิสูจน์ให้มากกว่านี้ ไม่ใช่มาทำแค่นี้แล้วคุณบอกว่าคุณถูก งานที่เพอร์เฟ็กต์มากๆ มันถึงราคาแพง”

“อาจารย์ดูออกว่าอันไหนคือสิ่งที่เขาเรียกว่าความตั้งใจ ที่ผ่านไม่ผ่านมันก็คือความตั้งใจ ไม่มีถูกไม่มีผิด แต่จะทำแบบขอไปทีก็ไม่ได้ ถ้าอาจารย์เห็นความตั้งใจ ยังไงก็ผ่าน นักศึกษาไม่ทำงานทั้งเทอม แล้วมาส่งก่อนวันนึงงี้ หรือถ้าทำทั้งเทอมจริงแต่ไม่ผ่านเพราะฝีมือไม่ได้ ก็ไม่เห็นต้องเสียใจหรือโกรธอาจารย์เลย คุณก็แค่ฝึกใหม่ มันก็เป็นเรื่องดีที่จะปรับเพื่อตัวเอง”

“อันนี้มันต้องใช้เวลาถึงจะเข้าใจ ถ้าเป็นยุควัยเรียนก็จะเข้าข้างเขาแหละ แต่พอเห็นงานดีๆ เห็นคนที่มีความตั้งใจ เราก็จะรู้ตัวเองลึกๆ ว่า เราแย่นี่หว่า ทุกวันนี้งานบางงานผมยังรู้เลยว่าเราให้เวลาน้อยไป ไม่ตั้งใจ โกหกตัวเองไม่ได้หรอก”

คำตอบของคุณนทีพลทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งว่าการให้ศิลปะเป็นที่ระบายความคิดสร้างสรรค์โดยไม่มีมาตรวัดความตั้งใจ ความทุมเท และความใส่ใจกับงานมันก็ทำให้คุณค่าของศิลปะถูกลดทอนลงได้ เหมือนที่มูลค่าของงานแต่ละงานมีไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตามคุณทีย้ำว่าคำว่าถูกผิดนั้นไม่มีจริงๆ ถ้าเป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นหากถูกปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์นั่นคืออีกประเด็นนึงที่เราต้องสู้และหาทางออก แต่คำว่าดีและไม่ดีในแง่ของเทคนิค ความประณีต และแนวทางการสื่อความหมายของงานนั้นคือมาตรวัดที่ยังต้องมีเสมอ และมีเพื่อตัวศิลปินเอง

การ์ตูนไทยและวงการศิลปะ

คำถามหลักที่เราเชื่อว่าหลายคนก็สงสัย “ถ้าชอบวาดการ์ตูนแล้วทำไมไม่ไปเป็นนักเขียนการ์ตูน?”

“ที่ผมรู้คือคนเขียนการ์ตูนไทยจะไม่ได้ถือลิขสิทธิ์การ์ตูนตัวเอง เมื่อก่อนโรงพิมพ์จะเป็นคนถือลิขสิทธิ์ รุ่นพี่ผมที่เป็นนักวาดการ์ตูนเขาบอกมาว่าสมัยนี้ก็ได้เงินเดือน 9,000-10,000 ต้นๆ ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนแต่งเป็นคนเขียน ทำไมได้ต้นฉบับใบละ 300 ซึ่งมันน้อยมาก ผมเคยนั่งเขียนการ์ตูน ตัดหมึก ตัดเส้น แค่หน้าเปิดเรื่องไม่กี่ช่อง ผมทำอยู่ 6 ชั่วโมง ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเลย เหนื่อยแล้ว หน้านึงนี่ 300 บาทเหรอวะ จะรอดมั้ยเนี่ย แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว ผมก็เลยแอบผิดหวังเล็กๆ แล้วก็เลิกทำ”

ซึ่งประเด็นนี้อาจย้อนไปได้ถึงการที่คนไทยอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับวงการศิลปะหรือการ์ตูนมากนัก และบางคนถึงกับมองว่าการ์ตูนไม่ได้ถือเป็นงานศิลปะด้วยซ้ำ 

 “งานศิลปะคือภาพที่ทำให้คุณเห็นแล้วมองว่ามันให้ความหมายและมีพลังกับคุณยังไง เพราะฉะนั้นการ์ตูนที่ทำมาในระดับมีความหมาย มีพลังกับคุณ มันก็คืองานศิลปะ อันนี้คือไม่มีถูกมีผิด คุณจะมองการ์ตูนเป็นงานศิลป์ได้ ถ้าเกิดเนื้อหาทุกอย่างมันไปทางนั้น มีการสอนมีแง่คิด แต่ถ้าเป็นการวาดแค่องค์ประกอบที่บรรยายภาพ บางคนก็อาจมองว่าเป็นภาพประกอบมากกว่า”

คำตอบนี้แสดงให้เห็นว่าศิลปะคือเรื่องของปัจเจก อะไรที่ใช่สำหรับเราอาจไม่ใช่สำหรับคนอื่น อะไรที่มีพลังกับเราก็อาจไร้ค่ากับคนอื่น ซึ่งมันทำให้ 2 คำถามแห่งความขัดแย้งทั้งเรื่องความถูกผิด และอะไรใช่หรือไม่ใช่ศิลปะ เป็นคำถามที่เราคิดว่าผู้อ่านคงต้องกลับไปทบทวนหาคำตอบเอง เพราะสิ่งที่คุณทีได้แชร์ในวันนี้ก็ไม่ใช่คำตอบตายตัว แต่เป็นแค่อีกมุมมองของตัวเขาเช่นกัน

คุณทีทิ้งท้ายกับเราไว้อย่างน่าสนใจในเรื่องต่อไปของเขาว่าเขาอยากพัฒนางานที่มีแนวคิดให้กำลังใจคน และแนวคิดสุดล้ำเรื่องความรักแห่งโลกอนาคต

Love in 3020

ชุดผลงานล่าสุดของคุณทีที่เพิ่งเผยแพร่ออกมาไม่นานนี้มีชื่อว่า “Love in 3020” หรือความรักในอีกกว่าพันปีข้างหน้า หลังจากเห็นชื่อนี้ในหัวของเราคิดไว้ว่ามันต้องเป็นภาพที่มีความล้ำ มีกิมมิคของความเป็นอนาคตที่สื่อสารอย่างชัดเจนผ่านมังงะของคุณที

แน่นอนว่ารูปแบบคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนที่ออกมานั้นก็มีความล้ำสมัยไม่น้อย แต่คอนเซ็ปต์ที่คุณทีอยากจะสื่อนั้นไปไกลกว่า

“ความรักใน 3020 ไม่ได้ต่างจากความรักในปีนี้สักเท่าไหร่ ผมอยากสื่อให้ทุกคนรู้ว่าแม้จะอีกพันปีต่อไป รูปแบบความรักก็ยังคงเป็นแบบเดิม เต็มไปด้วยความผิดหวัง ความเศร้า ความรักที่ไม่สมหวัง และในอีกพันปี รูปแบบความรักก็ยังคงมีหลากหลาย ทั้งความรักหนุ่มสาว ความรักที่ไม่จำกัดเพศ ความรักในความฝัน และความรักในสิ่งที่ตามหา”

แต่คุณทีก็ยังอธิบายอีกคอนเซ็ปต์หลักที่สื่อออกมาโดยภาพเดียวกันว่านอกจากความรักจะเป็นรูปแบบเดิมแล้ว เราก็ยังคงต้องก้าวข้ามผ่านทุกๆ อย่างเช่นเดิม ตัวละครความรักใน 3020 ของคุณทีจึงมีกลิ่นอายของ ‘การก้าวข้าม’ ก้าวข้ามความผิดหวังและยอมรับความจริง ก้าวข้ามอุปสรรคและเจอสิ่งที่ต้องการ ก้าวข้ามเพศสภาพไปสู่ความรักที่แท้จริง

แม้เวลาจะผ่านไปแค่ไหน มนุษย์จะเปลี่ยนไปอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความรักที่ยังคงมีหลากหลายรูปแบบ และก่อให้เกิดหลากหลายความรู้สึก และการก้าวข้ามผ่านทุกสิ่งไปสู่การยอมรับความจริงและรักอย่างมีสุข

สำหรับชุดผลงาน Love in 3020 นี้ คุณทีบอกกับเราว่าจะผลิตงานภายใต้หัวข้อนี้ออกมาเรื่อยๆ อย่างไม่สิ้นสุด และเราเชื่อว่างานนี้ก็จะสะท้อนตัวตนและความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณที ให้เราได้เห็นการเติบโตของคุณทีผ่านผลงานกันต่อไป

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดยอนันตญา พรวิเชียรวงศ์

Related Articles

[mc4wp_form id=”3383″]