Arts & Culture

Opening the Door to the NFT World

Keang-Napat Assantchai on non-fungible token and the future it holds for young and emerging artists.

Words by
Anantaya
Location
Thailand

Our world is driven forward by changes. Every aspect of the world keeps changing all the time, and so does art. When we were younger and enjoying the masterpieces of Van Goh or Leonardo Da Vinci at the Louvre, it seemed like nothing would ever beat them. But then someone invented a new form of art which was so much more than what anyone expected or dared to imagine twenty years ago. Non-fungible token (NFT) is the newest digital art form. This type of asset can be anything with high uniqueness and originality, while also being sellable in an intangible form.

NFT has changed how we view and experience artwork. Blockchain is used for maintaining records on NFTs, which can be verified by every device connected with this network because it ensures data integrity at all times. Additionally, it facilitates selling, owning and tackling copycat issues that have long been a pain-point in the art industry, and it might hold a promising future for art.

Keang-Napat Assantchai, a 17-year-old NFT artist, who goes by the moniker of Dooworld, entered an NFT platform 9 months ago, has done well and gaining in popularity. Kaeng will walk us through the NFT world and answer questions that we surely have in mind now.

Keang has been passionate about art since he was young and chose art as his future profession 2 years ago. He used to hold back and hesitate whether he could earn a living with art, but after he discovered NFT, he felt that he has gained new clarity in the future he could have in art. “If I can continue to earn from it, NFT will surely be my profession. NFT defines the new value of art. It is good for artists and has made art worth studying and investing,” said Keang.

Many may ask what differentiates NFT from offline art? Keang answered that being digitalised gives us the confidence of getting an original art piece. The encrypted characteristics of Blockchain ensure there is no room for a copycat. Art as a digital asset is encrypted, time-stamped, and recorded on a Blockchain network, which can be verified anytime.

Another interesting aspect of NFT is that “It (referring to NFT) is a place for everyone”, said Keang, “Every day there are new faces. Everyone sees room for growth in NFT. It is also a place where people don’t care about your age, they only care about your talent. Everyone is equal here.” This is true for Keang – when he sold his first NFT, he didn’t have years of experience or any fame. He uploaded his work and sold it within a short amount of time. Such a feat is almost impossible in the real world which is driven by connections and fame, and this drains many young artists’ energies and passion.

A drawing of an Ethereum icon on a student’s notebook is the first piece of work that Keang uploaded and sold on the NFT platform. “Why a student notebook?” we asked. “I always sit at the back of the classroom and draw on my notebook. I want to make a drawing on a student’s notebook valuable.” This is exactly an NFT concept where any works in any form, even a drawing on a notebook, is art – if it portrays your true self and generated from your pure creativity.

Keang told us that he was always fascinated with the mechanics behind things like robots and electronics. The main concept behind Keang’s works is the concept of “a little thing working together to create a big, meaningful result”. “My works are full of detailed lines and shapes. I am fascinated with mechanics, detailed structure of things, even the roots of a tree – it is a circuit of the world.”

Many people think of digital art as works with motion graphics or special effects. NFT, however, can be anything that has high uniqueness. “Plain drawing or written poems can be converted into an NFT. Most people may be familiar with dazzling motion graphics. It’s mainly because NFT artists want to make the most of all the digital tools they have,” Keang said.

This decade might be the start of NFT, as we also see a rapid adoption of other technologies. More time might be needed for people to learn, to fully accept and to integrate NFT into their life. That is why some groups of artists who are familiar with traditional art or have their own stable platform might haven’t gotten into the field yet. At the moment, NFT still appears to be a place for millennials or younger, but what is best about NFT is that it gives a platform for the young and amateur to shine, because nothing matters in there, except for talent and creativity.

“Thailand has a very bright and promising future in NFT. There are plenty of talented Thai artists out there and if we continue improving, we may have the potential to be an NFT leader. That is how other countries look at us as well”, Keang told us about the future of Thai NFTs on the global stage.

Another interesting trend to keep an eye on is the Metaverse, a virtual universe that we all can have another life in there. Keang told us that he was preparing himself for the upcoming Metaverse. “Metaverse and NFT are almost the same thing. NFT facilitates all the selling in the Metaverse. NFT is an important part of Metaverse and Metaverse adds more value and uses to NFT”.

“If you can get into the (NFT) field, you just open the best door ever.”

โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลง ทุกส่วนของโลกล้วนเปลี่ยนแปลงไปทีละนิด และเชื่อมต่อกันเป็นลูกโซ่ การเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการเพียงเล็กๆ ในแต่ละวันสะสมรวมกันจนเกิดเป็นจุดแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัย เราเคยอยู่ในยุคของอินเทอร์เน็ตไร้สายอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ในช่วงเวลานั้น อีกมุมหนึ่งของโลกก็มีผู้ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่ใหม่กว่านั้น และค่อยๆ ส่งแรงกระเพื่อมออกสู่ภายนอก จนเมื่อการเปลี่ยนแปลงมีผู้ร่วมอุดมการณ์และสุกงอมเต็มที่ โลกก็ได้เดินทางเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีเอไอ บล็อกเชน และสกุลเงินคริปโต

ในด้านของโลกแห่งศิลปะ การเข้าสู่ยุคใหม่ก็นำมาซึ่งศิลปะรูปแบบใหม่ เทคโนโลยีบล็อกเชนทำให้เกิดงานศิลปะรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า NFT หรือ Non-fungible Token คุณสมบัติของสินทรัพย์แบบ NFT นั้น ได้แก่อะไรก็ได้ที่สามารถอยู่ในรูปแบบดิจิทัลได้และมีความเฉพาะตัวสูง หรือกล่าวคือ มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

การดำเนินการของการจัดเก็บงานศิลป์บนระบบบล็อกเชนนั้น เป็นการจัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นของงาน อาทิ ผู้สร้างและเวลาที่สร้าง ลงบนสิ่งที่เรียกว่า ‘บล็อก’ ที่เชื่อมต่อกันเป็นโซ่ยาวๆ ทั้งเครือข่าย ข้อมูลที่จัดเก็บจะถูกส่งไปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่าย ทำให้การแก้ไขนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ ข้อมูลเหล่านั้นยังสามารถตรวจสอบได้โดยทุกคนในเครือข่ายอีกด้วย NFT จึงถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่มาพร้อมคุณสมบัติที่เหมาะอย่างยิ่งงานสำหรับงานที่ดำรงอยู่ได้ด้วยเอกลักษณ์และความเป็นหนึ่งเดียวดังเช่นงานศิลป์

ศิลปินจำนวนมากจึงเริ่มเข้ามาสร้างงานศิลป์ในรูปแบบดิจิทัลเพื่อซื้อขายในรูปแบบ NFT บนแพลตฟอร์ม NFT ต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วโลก โดยเราสามารถซื้อขายงานศิลป์ได้ด้วยเงินคริปโต และเช่นเดียวกับโลกออฟไลน์ งานศิลป์ในนั้นมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรืองานประเภทเสียง 

และที่สำคัญ NFT เป็นแพลตฟอร์มที่แค่เพียงสมัครและจ่ายค่าธรรมเนียมก็สามารถเข้ามาลงขายได้เลย ด้วยความที่ปราศจากข้อจำกัดใดๆ NFT จึงเป็นพื้นที่ของทั้งศิลปินอาชีพ ศิลปินหน้าใหม่ หรือแม้แต่มือสมัครเล่น หนึ่งในศิลปินไทยที่เรียกได้ว่าแจ้งเกิดจาก NFT ที่จะมาพูดคุยกับเราในวันนี้คือ ‘Dooworld’ หรือ เค้ง-ณภัทร อัสสันตชัย ศิลปินหน้าใหม่ที่แจ้งเกิดจากรูปแบบงานที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบนแพลตฟอร์ม NFT

จากงานอดิเรกสู่โอกาสใหม่ในโลกดิจิทัล

“พ่อบอกว่าตั้งแต่ก่อนที่จะเข้าอนุบาล พ่อก็จะซื้อกระดาษแผ่นใหญ่ๆ มาให้ ไม่มีเกมให้เล่น ผมก็จะนั่งวาดแบบนั้นทุกวัน มันก็ติดครับ ทำมาเรื่อยๆ” เหมือนกับศิลปินหลายๆ คน ความชื่นชอบในการวาดรูปของเค้งนั้นเริ่มต้นตั้งแต่จำความได้ เค้งเล่าให้เราฟังว่าเขาเริ่มพัฒนาการวาดรูปมาเรื่อยๆ และเริ่มวาดรูปอย่างจริงจังในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเริ่มเข้าสู่วงการดิจิทัลอาร์ตอย่าง NFT มาได้ราวๆ 9 เดือน

“ปกติจะเป็นการวาดเฟรม วาดกระดาษทั่วไป มีวาดผนัง วาดบนกระเป๋าบ้าง แต่ว่าไม่เคยทำงานดิจิทัลเลย เพิ่งมาทำงานดิจิทัลช่วงที่เข้ามาทำ NFT เราไม่เคยสนใจมาก่อนเพราะรู้สึกว่ามันยุ่งยาก แต่พอมาทำจริงๆ ก็ง่ายดี เริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเองมาเรื่อยๆ”

หากพูดถึงสไตล์งาน คงจะเห็นได้ว่างานของเค้งนั้นจะมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้ลายเส้นที่เน้นลงรายละเอียดของภาพอย่างซับซ้อน พร้อมทั้งเป็นรูปทรงที่ลื่นไหล เปิดกว้างต่อจินตนาการ ซึ่งแนวคิดเบื้องหลังสไตล์งานดังกล่าวนั้นคือ ‘รายละเอียดเล็กๆ เบื้องหลังที่รวมตัวกันและก่อให้เกิดเป็นสิ่งหนึ่งขึ้น’

“ผมชอบเรื่องหุ่นยนต์ แต่เวลาผมมองผมจะไม่ค่อยดูว่าภายนอกเป็นยังไง ผมจะสงสัยว่ามันทำงานยังไงมากกว่า ผมรู้สึกชอบพวกเส้น ปลั๊ก สายที่มันวนๆ ต่อกันแล้วมันดูสวยไปอีกแบบ กลไกที่ทำให้สิ่งพวกนั้นทำงานได้ รากไม้ก็ได้ รากไม้เป็นเหมือนแผงวงจรอันนึงของโลกใบนี้”

“ผมจะชอบใช้เส้นใช้รายละเอียดโดยเน้นเรื่องโครงสร้าง ผมติดการวาดที่สะเปะสะปะ รูปทรงจะไม่คงตัว เพื่อทำให้โครงสร้างมันดูมีเนื้อเรื่อง มีพื้นหลังที่ลึกลับ มีรายละเอียดซับซ้อนเยอะๆ เหมือนเป็นสิ่งเล็กๆ แต่สำคัญ ที่อยู่ด้วยกันแล้วทำให้สิ่งใหญ่ๆ เกิดขึ้นได้”

ศิลปิน NFT มืออาชีพ กับเส้นทางในโลกใบใหม่ที่ยังคงเป็นคำถาม

ด้วยช่วงวัยของเค้งที่เป็นช่วงในการเลือกเส้นทางอาชีพในอนาคต เราจึงต้องขอถามถึงแผนอนาคตที่วางไว้ว่าสุดท้ายแล้วการเป็นศิลปิน NFT จะสามารถเป็นอาชีพหลักได้หรือไม่?

ถ้ามันยังหาเงินได้ต่อไป ผมก็อยากยึดเป็นอาชีพหลักเลย”

ประเด็นที่น่าสนใจคือก่อนที่จะเข้าสู่วงการ NFT นั้น เค้งค่อนข้างลังเลใจในการเป็นศิลปินอาชีพ เพราะจากที่เขาประสบพบเจอมา วงการศิลปะไทยอาจยังไม่ได้สร้างผลประโยชน์ให้ศิลปินได้อย่างคุ้มค่าเท่าที่ควร “พอช่วงปิดเทอมที่ต้องตัดสินใจว่าจะต่อสายไหน ผมก็ไปศึกษาและไปเจอเรื่องของ NFT จากนั้นมามันก็เปลี่ยนมุมมองเราไปเลย NFT คือการตีคุณค่าแบบใหม่ของศิลปะ มันดีมากเลย มันดีต่อศิลปิน คุ้มกับการเรียน คุ้มกับการไปลงทุนกับตรงนั้น มันดีไม่ค่อยมีคำอธิบายมากกว่านี้” 

จากตัวอย่างของเค้งนั้นแสดงให้เห็นว่า NFT คือโอกาสใหม่ที่จะเข้ามาพลิกอนาคตของศิลปินและวงการศิลปะไทย สร้างความเชื่อมั่นและความหวังให้ศิลปินรุ่นใหม่ให้กล้าที่จะทำงานต่อไป โดยรู้ว่าพวกเขาจะมีพื้นที่ให้ได้เติบโตอย่างสวยงามแน่นอน

แล้วข้อดีของ NFT นั้นมีมากกว่าหรือแตกต่างจากวงการศิลปะแบบออฟไลน์อย่างไร? นี่คือสิ่งที่หลายคนอาจสงสัย  “การที่มันเป็น digitalised ทำให้เรามั่นใจได้ว่างานนี้เป็นงานของจริง เหมือนงานแวนโก๊ะ งานดาวินชีที่มีงานก็อปออกมาเยอะมาก นับวันมันก็ยิ่งก็อปละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆ แต่พอเป็นดิจิทัล การเข้ารหัสงานมันเป็นสิ่งที่ทำให้มันปลอดภัย เราได้สิ่งที่เรามั่นใจว่าเป็นของจริงแน่ มันดีต่อทั้งศิลปินและดีต่อผู้บริโภค” 

รูปแบบของงานศิลปะดิจิทัลนั้นมีลักษณะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีการบันทึกข้อมูลการสร้างและเข้ารหัสข้อมูลไว้บนระบบบล็อกเชน ทำให้ไม่สามารถปลอมแปลงได้ และสามารถระบุงานต้นฉบับได้จากข้อมูลการสร้างที่บันทึกไว้

และอีกปัจจัยหนึ่งคือด้วยลักษณะของแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมต่อกันทั่วโลกบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำให้ศิลปินไม่จำเป็นต้องสั่งสมประสบการณ์ ชั่วโมงบิน และคอนเนกชันเพื่อเข้าสู่วงการศิลปะระดับโลกอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นใคร อายุเท่าไร หรือสร้างงานมากี่ชิ้น ก็สามารถเปิดประตูเข้าสู่โลก NFT และเป็นที่ยอมรับจากแฟนๆ ระดับโลกได้

งานชิ้นแรกที่เปิดประตูเข้าสู่โลก NFT

 “ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยมีความคิดอะไรมาก แค่รู้สึกว่าแนวอาจจะไปได้ ก็เลยลองทำเป็นงานดิจิทัลรูปสัญลักษณ์ของสกุลเงิน Ethereum ชิ้นนั้นตอนที่ลงไปก็ไม่ได้คิดว่าขายออกอะไรหรอก แค่อยากลง ผมก็สมัครเลย ในแพลตฟอร์ม NFT มันก็ลงงานได้ไม่จำกัดอยู่แล้ว ผมก็ลองลงไปดูว่ามันจะดีมั้ย ไม่ได้หวังอะไร สักพักนึงก็ขายไปได้เอง” เค้งเล่าถึงเส้นทางการขายงานชิ้นแรก ซึ่งทำให้เห็นว่าโลกของ NFT นั้นเปิดกว้างสำหรับทุกคน

สำหรับคอนเซ็ปต์งานชิ้นแรกของเค้งนั้น ใช้เพียงแอปพลิเคชันวาดรูปในแท็ปเลตกับปากกาเท่านั้น โดยมีพื้นหลังเป็นสมุดจดของนักเรียน คอนเซ็ปต์เหมือนการวาดรูปบนสมุดของเด็กที่ชอบนั่งวาดรูประหว่างเรียนคนหนึ่ง “ผมอยากให้การวาดในสมุดของนักเรียนคนนึงมีค่าขึ้นมา” 

งานชิ้นนี้ของเค้ง ในอีกนัยหนึ่งอาจตีความเพื่อเตือนใจโลกของศิลปะอันสูงส่งที่หมุนด้วยทุนนิยมได้ว่า งานศิลปะ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน หรือมาจากใคร หากมันมีเอกลักษณ์ หรือจุดประกายขึ้นจากไอเดียสดใหม่ผสมรวมกับตัวตนของคนคนหนึ่ง แม้จะเป็นงานของเด็กนักเรียนหลังห้องที่นั่งวาดรูปในสมุดระหว่างคาบเรียน ก็สามารถเป็นงานศิลปะที่มีมูลค่าขึ้นมาได้

อนาคต NFT เมืองไทย ที่อาจมีศักยภาพเป็นผู้นำได้ 

สำหรับอนาคตของวงการ NFT เมืองไทย เราเองก็ดีใจปนประหลาดใจหลังจากได้ฟังเค้งเล่าว่าไทยมีศักยภาพที่จะกลายเป็นผู้นำในวงการ NFT ได้เลยทีเดียว

ประเทศเราเป็นประเทศที่ดูมุ่งมั่นมากครับ ต่างชาติติดตามผลงานไทยเยอะมาก เพราะว่างานคนไทยมีคุณภาพ ของไทยเรา เราอาจจะเก็บกด หรือว่า ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ว่างานเราดีมากๆ ทุกงานเลย ทำไมคนไทยตั้งใจทำงานขนาดนี้ (หัวเราะ) ตอนนี้ผมเห็นอนาคตที่สว่างสดใสมาก ตั้งแต่วงการนี้เข้ามามันเปิดประตูให้เราหลายอย่างเลย ถ้ามันเป็นงี้ต่อไปประเทศไทยก็อาจกลายเป็นผู้นำทางศิลปะในวงการนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะศิลปินไทยที่มีความสามารถที่จะพัฒนาวงการนี้ไปได้อีกไกล วงการนี้ทำให้ศิลปินไทยหลายคนมีพื้นที่เฉิดฉาย ต่างชาติก็เข้ามาเห็น ต่างชาติเองมองว่าประเทศไทยเป็นผู้นำด้านนี้ไปแล้ว”

รอยต่อของศิลปะออฟไลน์และออนไลน์

โอกาสที่สว่างสดใสของวงการ NFT นั้นดึงดูดศิลปินหลากหลายจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่หรือเก่า มือเก๋าหรือมือฉมังก็ดูท่าจะเติบโตได้อย่างดีในโลกใหม่นี้ อย่างไรก็ตามวงการศิลปะ NFT เพิ่งจะเริ่มบูมทั่วโลกในช่วงหนึ่งถึงสองปีมานี้เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลง ทำให้ศิลปินในประเทศไทยอาจยังไม่ได้โถมเข้าสู่วงการนี้มากนัก

บางคนเขาอาจจะยังไม่จำเป็นต้องเข้ามา อาร์ทิส ที่ใหญ่ๆ แล้วเขามีงานของเขาอยู่แล้วเป็นออฟไลน์ มีตลอดอยู่แล้ว แต่ให้พูดจริงๆ ตอนนี้ก็รวมเข้าเยอะมากแล้ว

วงการ NFT ของไทยเรียกได้ว่าอาจจะยังเป็นพื้นที่ของศิลปินหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่ หรือยุคมิลเลนเนียลลงมาที่ค่อนข้างคุ้นเคยกับเทคโนโลยีในระดับหนึ่ง เช่นเดียวกับทุกการเกิดใหม่ของเทคโนโลยีที่ครองโลกในทุกวันนี้ ย้อนกลับไปเมื่อราวทศวรรษก่อน สมัยที่เราเปลี่ยนจากโทรศัพท์แบบปุ่มกดมาเป็นทัชสกรีน แม้จะต้องอาศัยเวลาในการส่งต่อ เผยแพร่ และเปิดรับสักพัก แต่สุดท้ายวันนี้ทัชสกรีนก็ครองโลกเป็นที่เรียบร้อย

แต่สิ่งหนึ่งที่ NFT เป็นแน่ๆ และทำหน้าที่ได้ดีมากคือการเป็นพื้นที่แจ้งเกิดของศิลปินหน้าใหม่ และศิลปินรุ่นเยาว์ ที่อายุน้อยที่สุดแค่หลักสิบต้นๆ เท่านั้น

ทุกๆ วันจะมีหน้าใหม่โผล่มา มือใหม่เพิ่งมาโชวฝีมือบ้าง หรือเก่งมานานแล้วแต่เพิ่งได้มาเฉิดฉายก็มี มีศิลปินผุดขึ้นมาใหม่เยอะมาก เพราะว่าเขามองว่ามันเป็นโอกาส เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้จำกัดอายุ ทุกคนมองกันที่ความสามารถ ไม่ได้มองว่าคนนี้อายุเยอะแล้วจะเก่งกว่า นี่คือสาเหตุว่าทำไมเด็กถึงเข้ามาในวงการนี้เยอะมาก เขาอยากเข้ามารู้ว่าเขาอยู่ในระดับไหนแล้ว รู้ว่าเขาจะเฉิดฉายในวงการนี้ได้มั้ย ทุกคนมีโอกาสเท่ากันหมด ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่

ในโลกความเป็นจริง เราต้องยอมรับแม้จะไม่เต็มใจนักว่าศิลปะไม่ได้หมุนด้วยความเท่าเทียม แต่หมุนด้วยปัจจัยภายนอกมากมาย แต่โลก NFT ใบนี้คือความหวังใหม่ที่เข้าใกล้คำว่าเท่าเทียมที่สุด

ภาพวาด กราฟิก แอนิเมชัน ตัวอักษร ศิลปะหลากแขนงกับโอกาสเติบโตใน NFT

เมื่อนึกถึงคำว่า NFT ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวคือภาพงานดิจิทัลอาร์ต มีเอฟเฟ็กต์ฉูดฉาด ขยับได้ และต้องดูไม่ธรรมดา เราจึงอดสงสัยไม่ได้ว่า ในพื้นที่แห่งนี้ระหว่างงานศิลป์แบบดั้งเดิม เช่น งานวาดหรืองานเขียน กับงานดิจิทัลอาร์ตที่อาศัยเทคโนโลยีมาช่วยนั้น มีพื้นที่เติบโตเท่ากันหรือไม่?

“ที่งานส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้นเพราะว่าทุกคนพยายามใช้ประโยชน์ของการเป็นงานดิจิทัล สมมุติว่าเวลาเราไปหอศิลป์เราจะเห็นแต่งานนิ่งๆ แต่ว่าพอเป็นดิจิทัลแล้วมันยิ่งมีหนทางให้ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ ใส่เสียง ใส่การขยับเข้าไปที่มันจะช่วยให้งานเราโดดเด่น งานแอนิเมชันที่ขยับได้ มีทั้งสีทั้งเสียง ก็เลยเยอะมาก เพราะทุกคนพยายามใช้ประโยชน์จากการเป็นดิจิทัล แต่เอาจริงๆ มันไม่จำเป็น เราทำเป็นงานปกติของเราก็ได้ เพราะยังไงมันก็ศิลปะอยู่ดี ขึ้นอยู่กับว่าคนจะมองยังไง”

งานเขียนที่ยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงกันว่าเป็นศิลปะหรือไม่มายาวนาน ก็มีพื้นที่ให้ได้เติบโตในวงการ NFT เช่นกัน

“การที่มันเป็น Decentralised คนจะมองว่าการที่เราซื้องานพวกนี้ เราจะได้เป็นเจ้าของ อย่างงานเขียน สมมุติเราเขียนบทกลอนบทกลอนนึง ถ้าบทกลอนนี้มันดีจริงๆ คนเขาก็อยากเป็นเจ้าของ เพราะมันมีแค่ชิ้นเดียว ชิ้นจริงๆ มีแค่ชิ้นเดียว ยิ่งคุณเป็นนักเขียนดังๆ แค่ให้งานเป็นชิ้นแรก ชิ้นเดียว เป็นออริจินัล ทุกคนอยากครอบครองมันอยู่แล้ว”

NFT กลไกสำคัญของโลก Metaverse

ก่อนปิดท้ายการพูดคุยในครั้งนี้ คำถามที่เราต้องถามศิลปินทุกท่านคือ ‘ตอนนี้กำลังมีโปรเจ็กต์อะไรอยู่?’ และเค้งได้ตอบอย่างน่าสนใจว่า ‘กำลังเตรียมตัวฝึกฝนเพื่อเข้าสู่ยุค Metaverse’

ในวันที่เรานัดสัมภาษณ์กัน บริษัทโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ได้ประกาศตัวมุ่งสู่ Metaverse หรือจักรวาลเสมือนจริงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าส่งแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ไปทั่วโลก รวมถึงวงการ NFT เช่นกัน เพราะ NFT คือกลไกสำคัญแห่ง Metaverse

“Metaverse กับ NFT แทบจะเป็นอย่างเดียวกันเลยครับ NFT kick start ให้ Metaverse ถ้าเปิดแพลตฟอร์มใหญ่ของ Meta เมื่อไหร่ ในนั้นจะมีทั้งขายศิลปะ แฟชันก็มาแล้ว ขายเสื้อผ้าได้ มันจะเปิดความเป็นไปได้ที่ไม่จำกัดเลย ไม่ใช่แค่งานศิลปะอย่างเดียว ตอนนี้ที่ดินก็มีขายแล้ว แล้วก็ไม่ใช่แค่ว่า NFT เป็นส่วนสำคัญของ Metaverse Metaverse ทำให้คนที่มี NFT ใช้ประโยชน์จากมันได้อีกเยอะเลย คนที่ซื้อ NFT ก็จะไม่ได้แค่ต้องเก็บอีกต่อไป สามารถเอามาใส่โชวหรือทำประโยชน์ได้อีกเยอะเลย”

และนี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมเค้งจึงพูดไว้อย่างหนักแน่นระหว่างสัมภาษณ์ว่า

ถ้าเข้ามา (ในวงการ NFT) ได้แล้ว ผมว่ามันเป็นการเปิดทางที่ดีที่สุดแล้ว”

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย อนันตญา พรวิเชียรวงศ์

Related Articles

[mc4wp_form id=”3383″]