fbpx
Arts & Culture

WISHULADA: Enlivening Trash

Trash as an art medium.

Words by
Anantaya
Location
Thailand

Photo Credit: WISHULADA

While we often use the word ‘trash’ to refer to something that is useless; both literally and figuratively, there are some artists who use trash as a material to create meaningful art and design.

Wishulada Panthanuvong is one of these creatives. Trash is a main material of her sophisticated, sustainable installation and design. With a strong determination to contribute to reducing environmental problems, she does not only reuse trash but also enliven them to regain the value they once had that led to the ideal circular economy that she wishes to see.

Panthanuvong has loved art since she was so young that she didn’t even know what ‘artist’ meant then. She only know that she wished to do a ‘drawing job’. She pursued her passion and studied fine art in college. Her use of trash in her artworks started from the need to get rid of plastic bags, straws, and plastic cups that her parents had collected. Intrigued by the texture and the room for creativity that trash provides, her thesis culminates in an installation containing several types of trash in the shape of a sea turtle that is distorted by plastics. As she needed to do a lot of research for her thesis, this was when her concern for the environment began.

After graduation and to ease her parents’ concerns, Panthanuvong turned to full-time job in a public relations agency and later, took on the role as a visual merchandiser in another company. Even though the jobs didn’t satisfy her dreams, she learned what she could, and transferred the skills she learned, for example, communications skill, to her own brand ‘WISHULADA’ later on. She believes that these skills, which aren’t taught in art school, is vital for artists to survive.

Panthanuvong had the opportunities to collaborate with several big companies. She collaborated with artists for one of the top clothing brands at the Thailand’s fashion show. She had also created an installation which was shown at one of the biggest malls in Thailand–it was a 6-meter Christmas tree made of plastic bottles, collected from the company’s employees. It serves both as a decoration and a reminder that we should aim to reduce the use of plastic in our daily lives. She also designs usable accessories such as bags, shoes and furniture under her brand, WISHULADA. It is her hope that everyone would see WISHULADA as a brand that can create everything from trash.

People often misunderstood that using trash as a material will be cheap, Panthanuvong told us. However, there exists hidden costs such as cleaning fees that are unavoidable and adds to the overall cost. That said, she adds that nothing generated from creativity should be considered cheap.

Panthanuvong’s contribution to environment is not only to reduce and reuse trash but also to educate people about the value that they can generate from trash. For each project, she will hire people in her neighbourhood. They will earn wages and will be educated on how trash is separated, how to reuse trash, and how to add value to trash–through creating lamps out of plastic bottles, for example. She believes that this is the start in the cultivation of the right understanding within society which will be effective in the long term.

“Plastics are not evil. It is us, human, who use them in the wrong way”

“Plastics are not evil. It is us, human, who use them in the wrong way” Panthanuvong said. One of her wishes is to correct the perception of plastic as an environmental destroyer. It is human who misuses them and throw them to where they shouldn’t be, for example, the sea.

Panthanuvong’s design philosophy is that she believes in taking every opportunity that comes to you. Take it and then find the way to do it later.  For her design, she always makes sure that what she is doing is suitable in every aspect and she concerns that her works give not only beauty and creativity but the message that the audience can carry with them

Panthanuvong’s utmost desire is that people of any occupation will be inspired by her work and will find the way to contribute to helping the environment in their own way. “If you can’t design, don’t design. Do something you can. There are plenty of ways to help.” said Panthanuvong.

‘ขยะ’ คือชื่อเรียกของสิ่งที่ถูกทิ้งขว้าง คือสิ่งที่หมดประโยน์และไม่มีใครเหลียวแลอีกต่อไป เราต่างใช้คำว่า ‘ขยะ’ เปรียบเปรยออกไปมากมาย ทั้งใช้เรียกจี้ใจดำของคนที่เราไม่เห็นค่า หรือใช้ด่าว่าสิ่งของที่ซื้อมาแล้วแต่ใช้งานไม่ได้ คำว่า ‘ขยะ’ มีความหมายเท่ากับ ‘ไร้ประโยชน์’ โดยปริยาย

แต่ยังมีศิลปินอีกมากมายบนโลกที่เห็นคุณค่าในขยะ และหยิบมันมาเปลี่ยนเป็นหนึ่งในสิ่งที่คนมองว่าเป็นความรุ่มรวยสูงสุดทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ นั่นก็คือ ‘งานศิลปะ’

คุณเอ๋ วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ คือหนึ่งในศิลปินเหล่านั้น ขยะคือวัสดุหลักในงานประติมากรรมอันสวยงามยิ่งใหญ่ และงานดีไซน์สุดเก๋ไก๋ที่ใช้งานได้จริง เธอฟื้นคืนความหมายและมูลค่าให้ขยะที่อยู่ล่างสุดในห่วงโซ่ของวัสดุอีกครั้ง จากการมองเห็นปัญหาสิ่งแวดล้อม เธอจึงหวังที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงที่ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ฝังรากลึกในสังคมโลก โดยทำออกมาในแบบของเธอเอง ในแบบฉบับของศิลปิน

จากเด็กหญิงอาร์ทิสสู่ธีสิสจากถุงพลาสติกในบ้าน

“ตอนเด็กๆ เอ๋รู้ตัวว่าโตขึ้นอยากทำอาชีพวาดรูป แต่ก็ไม่รู้ว่าอาชีพวาดรูปเรียกว่าอะไร แม่บอกว่าเอ๋มาธิสั้น อยู่กับมันไม่ได้นานหรอก แต่พอวาดรูปกลับสามารถจดจ่ออยู่เป็นวันๆ ได้” 

คุณเอ๋เล่าย้อนไปถึงวัยเด็กสมัยที่ยังไม่รู้จักคำว่าศิลปิน เมื่อเติบโตขึ้นมา ถึงแม้จะเรียนสายวิทย์-คณิตแต่ก็ตัดสินใจเลือกเรียนต่อที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ที่บ้านเรามีวัสดุเยอะมาก ก็เลยอยากเอามาจัดองค์ประกอบเป็นงานศิลปะ ตอนนั้นคือไม่อินด้านสิ่งแวดล้อมเลย รู้แค่ว่าอยากจะทำเพื่อระบายของที่บ้าน”

เมื่อถุงพลาสติก หลอดกาแฟ แก้วกาแฟที่คุณพ่อคุณแม่เก็บไว้เยอะขึ้นเรื่อยๆ คุณเอ๋จึงเริ่มใช้วัสดุเหล่านี้ทำงานศิลปะเพื่อระบายออก เมื่อทำไปก็เริ่มติดใจ จึงค้นคว้าลึกลงไปเรื่อยๆ จากความชอบด้านวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิม ทำให้ยิ่งค้นยิ่งสนุก และนำไปสู่งานธีสิส ‘เอเลี่ยน’ ชิ้นแรกของคุณเอ๋ในที่สุด

“เป็นธีสิสที่เกี่ยวกับเรื่องของความผิดปกติของสัตว์ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม เช่น เวลาที่เต่าโดนพลาสติกรัดกระดอง แต่ตอนนู้นปัญหาสิ่งแวดล้อมมันยังไม่บูมมาก เรายังไม่เคยเห็นภาพพวกนั้น เราก็คิดไปก่อนว่าถ้ามันโดนสารเคมีเข้าไปมันต้องออกมาเป็นเอเลี่ยนน่าตาประหลาดๆ”

แก้ว หลอด ไม้ถูพื้น และวัสดุอื่นๆ อีกมากมายรวมกันออกมาเป็นชิ้นงานขนาด 2 เมตรจำนวน 7 ชิ้นที่สื่อถึงหน้าตาสัตว์ที่บิดเบี้ยวจากสารเคมี และนั่นคือจุดเริ่มต้นของศิลปะแบบขยะสไตล์ WISHULADA 

WISHULADA and her thesis

จากงานประจำที่ไม่ชอบประกอบร่างเป็น WISHULADA 

ทั้งพื้นฐานเด็กวิทย์ผนวกกับความเป็นศิลปินทำให้คุณเอ๋ช่างสงสัย ช่างสังเกต และพยายามค้นคว้าลึกลงไป และได้เห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ จนความสนใจและกังวลในปัญหาสิ่งแวดล้อมเริ่มก่อตัวขึ้นมา

หลังจากเรียนจบ เพื่อลดความกังวลของพ่อแม่ที่อยากให้ลูกมีอาชีพที่มั่นคง คุณเอ๋จึงตัดสินใจไปทำงานประจำในพีอาร์เอเจนซี่ และต่อด้วยการเป็น Visual Merchandize ที่ King Power 

ทุกงานที่ทำเป็นสิ่งที่คุณเอ๋ชื่นชอบเพราะเป็นการได้เปิดโลกทัศน์ของตนเอง เพื่อให้เจอประสบการณ์และองค์ความรู้ใหม่ๆ

“เราเลือกที่จะไปศึกษาแต่ละที่ว่าระบบของคนที่ทำงานประจำเป็นยังไง ไปทำงานพีอาร์ก็ได้เห็นว่าการคุยกับนักข่าวต้องทำยังไง เราว่ามันคือองค์ประกอบของการเป็นศิลปิน ไม่ใช่แค่ว่าคุณวาดอย่างเดียว ถ้าคุณไม่สามารถสื่อสารกับคนได้เลย แล้วใครจะมาเข้าใจงานคุณ ตรงนี้ก็เหมือนเป็นการฝึกสกิลของเราให้เราคุยกับชาวบ้านได้รู้เรื่องมากขึ้น”

“อย่างตอนอยู่ King Power ได้ดูชอปแบรนด์เนม เราก็ไปดูว่าเขาทำงานกันยังไง ถ้าทำงานศิลปะโดยที่เราไม่รู้เลยว่าโลกภายนอกเป็นยังไง ก็ไม่มีทางที่จะทำให้ศิลปะมันเลี้ยงชีพได้ สำหรับเอ๋ ศิลปินก็เหมือนเป็นธุรกิจส่วนตัวอีกอันหนึ่ง ทำธุรกิจคุณก็ต้องไปรู้ว่าโลกภายนอกเขาทำอะไรกันอยู่”

หนึ่งในสิ่งที่ที่คุณเอ๋ต้องการคือการเห็นศิลปินไทยอยู่รอดได้ในสังคม ซึ่งจะรอดได้ก็ด้วยทักษะที่ได้มาจากการทำงานประจำที่สอนให้เธอปรับตัวเข้ากับโลกภายนอกได้ ซึ่งนั่นคือสิ่งสำคัญที่เธอเชื่อว่าศิลปินควรได้รับการปลูกฝังตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย

“บางคนที่เขามีฝีมือมากๆ แต่เขาไม่รู้จะสื่อสารยังไง ตรงนี้ก็เป็นเรื่องน่าเป็นห่วงนะ ต้องมองไปถึงภาคการศึกษาเลยว่าควรจะใส่วิชาการเอาตัวรอดดีมั้ย เพราะไม่งั้นบัณฑิตที่จบมาก็จะหายไป อย่างเพื่อนๆ เอ๋คือไปทำอาชีพอื่นกันหมดเลย”

“คือมันก็ไม่ผิดหรอก เพียงแต่ถ้าผลิตศิลปินออกมาก็อยากให้เป็นศิลปิน ถ้าเกิดภาคการศึกษาให้ความสำคัญกับเรื่องการเอาชีวิตรอดในช่วงหลังจบได้ บางทีแล้วความเป็นศิลปินอาจมีบทบาทมากขึ้นในสังคมไทยด้วยซ้ำ”

และในระหว่างที่ทำงานประจำ คุณเอ๋ก็รับงานศิลปะมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแฟชันโชว์ร่วมกับแบรนด์ Fly Now ไปจนถึงงานที่ไอคอนสยาม ที่นำไปสู่การลาออกจากงานประจำและเป็นจุดเริ่มต้นของ WISHULADA ในท้ายที่สุด

“สำหรับงาน Fly Now เป็นช่วงที่เอ๋จบใหม่และรู้สึกว่าเราคงไม่มีทางได้ทำงานศิลปะแล้ว คุณสมชัย ส่งวัฒนา ซื้องานเอ๋ แล้วชวนมาทำแฟชันโชว์ เป็นงานแรกที่เราภูมิใจ เพราะเป็นงานที่ผู้ใหญ่เขาเชื่อมั่นในตัวเรา” 

“หรืออย่างงานที่ไอคอนสยาม เป็นจุดเริ่มต้นที่คนได้เห็นงานเรามากขึ้น คุณแป๋ม ชฎาทิพ จูตระกูล เห็นงานเราและให้เรามาทำ ทุกงานที่ผ่านมาผู้ใหญ่หรือองค์กรให้อิสระกับเอ๋มากๆ แล้วแต่เลยจะทำยังไง ไม่มีข้อจำกัด เราก็เลยรู้สึกดีใจไปกับทุกๆงาน”

WISHULADA’s collaboration with Flynow

WISHULADA ศิลปะเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มากกว่าแค่เรื่องขยะ

“พอเราเป็นศิลปะที่เกี่ยวข้องกับสังคม เราไม่ได้ทำแค่คนเดียว แต่เราทำในเชิงที่ให้คนอื่นเข้าใจด้วย” คุณเอ๋เล่า

“เวลาเอ๋จะสร้างงานอะไรก็จะเชื่อมโยงกับชุมชนในละแวกนั้น เรียกเขามาช่วยกันทำ สร้างรายได้ให้กับเขา เพราะในช่วงเศรษฐกิจที่ผ่านมา พี่ๆ เขาอาจจะรายได้ไม่เยอะ เราก็เลยชวนเขามา จะได้มีงานทำในทุกๆ วัน”

“เราก็สอนเขาว่าการคัดแยกขยะทำยังไง จะเอาขยะมาสร้างงานยังไง สอนเขาว่าขยะที่มีที่บ้านมันเพิ่มมูลค่าได้ ขวดน้ำที่พี่กิน เก็บไว้นะ แล้วเอามาขายกับเอ๋ก็ได้ ไม่ก็ไปขายกับร้านรับซื้อขยะ เอ๋ว่ามันก็เป็นการดี มันคือจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เราทำให้สังคมเข้าใจว่าขยะมันสามารถเอามาทำอะไรได้อีกเยอะแยะมากมาย”

อีกจุดเด่นของ WISHULADA ที่เราสัมผัสได้คือการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มากกว่าแค่การหยิบขยะมาใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน แต่ยังครอบคลุมไปถึงระดับสังคมด้วยการให้ความรู้และปลูกฝังความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับขยะเพื่อให้คนในสังคมร่วมแก้ปัญหาต่อได้ในระยะยาว

WISHULADA working with her neigbors

งานประติมากรรมสะท้อนปัญหาและงานดีไซน์เพิ่มมูลค่า

ประติมากรรมทุกชิ้นของคุณเอ๋มีความหมายและประเด็นปัญหาที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่างานที่ทำเองหรืองานที่ทำให้กับองค์กรต่างๆ ก็ล้วนสะท้อนถึงประเด็นที่เราอาจมองไม่เห็นหรือมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน

“อย่างองค์กรที่เอ๋ได้ทำต้นคริสต์มาสต์ให้ ทำจากขวดน้ำสูง 6 เมตร โดยที่ขวดน้ำทั้งหมดเป็นขององค์กรร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เขากินสะสมกันประมาณ 3-4 สัปดาห์ ซึ่งมันได้ปริมาณเยอะมาก ทำให้เขาเห็นว่าคุณควรที่จะลดตัวพลาสติกลงได้แล้ว เพราะมันสามารถสร้างต้นคริสมาสต์สูงถึง 6 เมตรเลยนะ ภายในระยะเวลาแค่ 3 สัปดาห์อะไรแบบนี้ เป็นต้น”

นอกจากนี้ WISHULADA ยังมีงานดีไซน์ที่ใช้งานได้จริงที่นำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์ออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าอีกหลากหลายชิ้น

“มีกระเป๋า และตอนนี้กำลังทำเป็นรองเท้ากับหมวกอยู่ นอกจากนี้ก็มีพวกเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เอาวัสดุเหลือใช้มาทำ ซึ่งเราไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นพลาสติกเท่านั้น อย่างกระเป๋าก็ทำมาจากเศษผ้าที่เขาตัดทิ้งจากการทำชุด ซึ่งตัวกระเป๋าด้านในทำมาจากถุงผ้ามือสองที่มีอยู่เยอะมากๆ บางคนได้ฟรีมา หรือใช้แล้วทิ้งไป เราก็มาสร้างให้มันกลายเป็นกระเป๋าใบใหม่ขึ้นมา”

“เอ๋อยากให้ WISHULADA เป็นเหมือนคนที่สามารถแปรเปลี่ยนนู่นนี่นั่นให้กลายเป็นศิลปะที่เอาไว้ใช้งานได้จริง ทำหลายๆ อย่าง ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นเสื้อผ้ากระเป๋าอย่างเดียว วันนึงเราก็จะทำเฟอร์นิเจอร์ วันนึงเราก็จะทำรองเท้า วันนึงเราก็จะทำของอื่นๆ ขึ้นมาโดยใช้เศษขยะเนี่ยแหละมาทำ”

ศิลปะจากขยะใครว่าราคาถูก

“คนภายนอกมักจะมองว่างานชิ้นนี้ต้นทุนถูกมาก ไม่ให้ค่าเลย ราคาถูกแน่นอน” คุณเอ๋ตอบอย่างไม่ลังเล นี่คือมุมมองที่คนมีต่อขยะ ซึ่งเราไม่ตกใจเลย เพราะแน่ล่ะ วัสดุเหลือใช้คงไม่มีทางจะราคาแพง แต่นั่นไม่ได้หมายความมันจะไม่มีมูลค่า เพราะงานศิลปะมีต้นทุนอื่นอีกมากนอกเหนือจากต้นทุนวัสดุ อย่างน้อยๆ ก็ต้นทุนทางไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกันง่ายๆ

“แต่จริงๆ แล้วมันมีต้นทุนแฝงข้างใน โอเควัสดุมันขยะจริง ใช้แล้วจริง ไม่แพงหรอก แต่ต้นทุนแฝงในที่นี้คือค่าทำความสะอาด เพราะอย่าลืมว่ากว่ามันจะออกมาสวยงาม ต้องไปล้างทำความสะอาด ไปเช็ด ไปตากแดด ไปตัด ทำยังไงให้ขยะดูไม่เป็นขยะ ทำไงให้ขยะออกมาดูสวย คือถ้าเราทำขยะให้มันดูเป็นขยะ แล้วขยะมันจะเพิ่มมูลค่าได้ยังไง”

ศิลปะ x ปัญหาสิ่งแวดล้อม

“เอ๋คิดเสมอว่าทำไมรัฐบาลไทยถึงไม่ค่อยให้คุณค่ากับศิลปิน พอเราคิดเรื่องนี้เราก็เอามาผนวกกับเรื่องขยะ แล้วเราก็รู้สึกว่าจริงๆ แล้วศิลปินก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้เหมือนกัน” 

นอกจากนี้ความใฝ่ฝันอีกหนึ่งอย่างของคุณเอ๋คือให้ศิลปะของเธอได้จุดประกายให้แรงบันดาลใจ ให้คนในสังคม ไม่เพียงแค่ศิลปินเท่านั้น เริ่มหันมาสนใจในเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม

“บางคนที่ไม่ได้เรียนศิลปะมา จบวิศวะ ครู คุณไม่จำเป็นต้องมาดีไซน์เหมือนเราก็ได้ แต่ว่าคุณลองไปคิดดูว่าศักยภาพของวิชาชีพคุณมันสามารถทำอะไรได้บ้าง เช่น ถ้าเป็นครูก็อาจนำเสนอสื่ออะไรสักอย่างที่ปลุกจิตสำนึกตั้งแต่เด็กได้มั้ย เป็นต้น เราอยากกระตุ้นให้ทุกคนรู้ว่าเราก็ทำได้ในทางของเรานะ การรักษาสิ่งแวดล้อมมันสามารถทำได้หลายวิธีเลย”

WISHULADA and her work at Pennisula Bangkok

มุมมองของคนไทยที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

“เอ๋มองว่าคนไทยหันมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วนะ มีหลายกลุ่มที่เข้าใจประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม มีหลายวงการที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง” คุณเอ๋เล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงพอใจ

“แต่ก็อาจจะยังมีบางความเข้าใจผิด เช่น เราเลิกใช้ถุงพลาสติก แล้วก็เราก็ซื้อถุงผ้ามาใช้เลย ถามว่าถูกมั้ย ถูกนะครึ่งนึง แต่บางทีก็ไม่ใช่ว่าซื้อของใหม่เลย เพียงแต่ถ้าคุณมีถุงที่บ้าน ก็ใช้ถุงให้มันเกิดประโยชน์ ใช้ให้หมดก่อน”

บางครั้งเวลาที่เกิดความกังวลใจในปัญหาสิ่งแวดล้อม และต้องการจะเป็นอีกแรงที่จะช่วย อาจทำให้เรามองข้ามประเด็นเล็กๆ ตรงนี้ไป เราอาจรีบไปหาซื้อถุงผ้าจนลืมไปว่าถุงพลาสติกที่บ้านเราที่กองอยู่ ถ้าไม่นำมาใช้ อย่างไรก็เพิ่มขยะอีกอยู่ดี

“พลาสติกมันไม่ใช่ผู้ร้ายนะ มันคือนวัตกรรมที่สร้างความสะดวกให้กับโลก แต่ว่าคนต่างหากที่ทำให้มันกลายเป็นผู้ร้าย”

คุณเอ๋เน้นย้ำและเปิดมุมมองใหม่ที่ใครหลายคนอาจไม่เคยนึกถึง เราต่างมองพลาสติกว่าเป็นตัวทำลายโลกแต่ลืมไปว่าเราเองรึเปล่าที่ใช้และทิ้งพลาสติกอย่างผิดวิธีจนก่อให้เกิดปัญหา

“พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งก็ลดการใช้ แต่พลาสติกบางประเภท ยังไงคุณก็ต้องใช้มันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าคุณต้องรู้ว่าคุณจะเอาไปทิ้งที่ไหน คุณจะคัดแยกยังไง จะเอาไปใช้อะไรต่อ ไม่ใช่ใช้แล้วทิ้งเกะกะ”

มาถึงถุงผ้าพระเอกของยุคนี้ คุณเอ๋ก็ได้ให้มุมมองที่แตกต่างออกไปอีก

“ถุงผ้าถ้าศึกษาจริงๆ จังๆ แล้วมันสร้างคาร์บอนด์ฟู้ดพริ้นต์ได้มากกว่าถุงพลาสติกนะ มันเกิดโทษ

“ถุงผ้าถ้าศึกษาจริงๆ จังๆ แล้วมันสร้างคาร์บอนด์ฟู้ดพริ้นต์ได้มากกว่าถุงพลาสติกนะ มันเกิดโทษ”

“ที่บ้านมีถุงผ้าแจกฟรีที่อาจไม่สวยถูกใจกองอยู่ ไม่ได้เอามาใช้เลย เอ๋มองว่ามันน่าจะต้องใส่เรื่องของงานดีไซน์ เรื่องของความสวยงามเข้าไปด้วย และน่าจะต้องใส่เรื่องขององค์ความรู้บางอย่างไปด้วย บางคนก็จะบอกว่าโอเค ถ้าฉันรักษ์โลกฉันจะเปลี่ยนมาใช้ทุกอย่างออร์แกนิก แต่อย่าลืมว่าของที่บ้านก็ยังมีเหลือนะ ใช้ของที่มีอยู่ก่อนมั้ย”

ขยะที่ไม่ได้มีแค่ถุงพลาสติก

“ขยะบางทีไม่ได้อยู่แค่ในถังอย่างเดียว บางทีของที่ทำขึ้นมาแล้ว ทำผิด ทำเล็กเกิน กลายเป็นขยะแล้ว ความเป็นขยะมันมากกว่าแค่ถุงพลาสติกจริงๆ” คุณเอ๋เล่าให้เราฟังต่อ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เราลืมนึกไป เพราะในสายตาเราขยะคือถุงพลาสติก ขวดน้ำ กล่องโฟม อะไรทำนองนี้เท่านั้น เมื่อได้ฟังทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วเราสร้างขยะให้โลกเยอะกว่าที่คิดมาก

“หรือเสื้อผ้า คนก็ซื้อเสื้อผ้าใหม่ตลอด แล้วเสื้อผ้าเก่าที่มีอยู่มันก็กลายเป็นขยะ ซึ่งสุดท้ายแล้วบางคนก็จะบอกว่านี่ไง เดี๋ยวฉันเอาไปบริจาค แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าบริจาคแล้วเขาจะใช้ได้จริง ปลายทางของเสือผ้าก็คือการฝังกลบ การเอาไปเผา มันก็สร้างมลภาวะได้อีกเหมือนกัน”

“ก่อนเอาไปทิ้งคุณลอง D.I.Y มันมั้ย ลองเอาไปตกแต่งอะไรเพิ่มมั้ย คุณไม่จำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ตลอดเวลาก็ได้ หรือแลกเสื้อผ้ากันได้มั้ย มันก็จะต้องมีขั้นตอนทำความสะอาดไรงี้แหละ แต่มันก็น่าจะมีอะไรแบบนี้ขึ้นมาบ้าง ที่ไม่ใช่แค่ลดพลาสติกอย่างเดียว”

Design Philosophy ของ WISHULADA

“เรื่องแรกคือเรื่องของโอกาสละกัน เอ๋คิดว่าเราจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสที่เข้ามาอย่างเสมอ ไม่รู้หรอกว่าจะเข้ามาเมื่อไหร่ เพียงแต่ ณ ปัจจุบัน คุณต้องเตรียมความพร้อมเสมอ รู้เสมอว่าอะไรคือจุดเด่นของเรา จุดด้อยที่เราต้องพัฒนาคืออะไร เราต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา อย่ามีอัตตาสูง”

“เอ๋จะบอกน้องจบใหม่เสมอว่าถ้าได้โอกาสอะไรมา ถึงเราไม่เคยทำงานนี้เลย รับมันไปเลย แล้วก็ลองลุยลองทำกับมันให้เต็มที่ บางทีสิ่งที่เราไม่เคยทำอาจจะเป็นอีกช่องทางทำมาหากินของเราก็ได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องตั้งอยู่บนความเป็นจริง ต้องวิเคราะห์ตัวเอง มีสติตลอดเวลาด้วย”

นอกจากนี้คุณเอ๋ยังมีอีกหนึ่งหลักยึดที่เกี่ยวกับกระบวนการการสร้างงานศิลปะเพื่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ

“เราต้องคิดให้รอบด้าน  คำนึงถึงกระบวนการ ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ”

“ต้นน้ำ คือการผลิต ทีมงาน ผู้ช่วย ต้องรู้และเข้าใจจุดหมายในการสร้างสรรค์ จุดประสงค์ของเราคือการเปลี่ยนแปลงสังคม กลุ่มคนผู้ช่วยของเราต้องรู้ที่มา และคอนเซ็ปต์ของงานด้วยเช่นกัน เพื่อให้งานสามารถเป็นไปตามคอนเซ็ปต์ที่เราคิดไว้”

“กลางน้ำ คือระบบการขนส่ง การคัดแยกวัสดุ เราต้องคิดให้คิดให้ครบถ้วน ความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากร เช่น ได้รับขยะที่สกปรกมาก ๆ มา คุ้มค่าที่จะต้องเปลืองทรัพยากรน้ำในการล้างทำความสะอาด เพื่อเอามาใช้ซ้ำ หรือควรให้ขยะเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเลยจะเหมาะสมกว่า ไม่ใช่ขยะทุกประเภทที่จะเหมาะกับการนำมาใช้”

“ปลายน้ำ คือการคำนึงถึงผู้บริโภค กลุ่มเป้าหมายของเรา ว่า สิ่งที่เราจะมอบให้กับผู้บริโภคคืออะไร อย่ามองแค่ความสวยงาม หรือแปลกตาอย่างเดียว แต่ต้องสะท้อนบางอย่างให้ผู้ซื้อด้วย”

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดยอนันตญา พรวิเชียรวงศ์

Related Articles